ความรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับป้าย
เรื่องของภาษีป้าย
เมื่อทุกคนมีป้ายสวย ๆ ดี ๆ ตกแต่งจนมีผลให้ธุรกิจหรือกิจการเติบโตไปอย่างต่อเนื่อง สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักและทำความเข้าใจก็คือ "เรื่องของภาษีป้าย" ที่ทุกคนที่เปิดร้านหรือทำธุรกิจจำเป็นต้องไปเสียภาษี หลายคนยังไม่รู้ว่าต้องไปเสียภาษีอย่างไร หรือป้ายของเราต้องเสียภาษีเท่าไหร่ วันนี้เรามีคำตอบให้ครับ
ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าป้ายทุกชนิดที่มีขนาดเล็ก ๆ น้อย ๆ จะต้องเสียภาษีทั้งหมด โดยกฎหมายจะมีการแบ่งประเภทของป้ายที่ต้องเสียภาษีและป้ายที่ไม่ต้องเสียภาษีเอาไว้อย่างชัดเจน ดังนี้ครับ
1. ป้ายที่ต้องเสียภาษี ได้แก่
ได้แก่ป้ายที่แสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมาย ที่ใช้ในการประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่น เพื่อหารายได้หรือโฆษณาการค้าหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะแสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึก หรือทำให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีอื่น
2.ป้ายที่ไม่ต้องเสียภาษี ได้แก่
- 2.1ป้ายที่แสดงไว้ ณ โรงมหรสพและบริเวณของโรงมหรสพนั้นเพื่อโฆษณามหรสพ
- 2.2ป้ายที่แสดงไว้ที่สินค้าหรือที่สิ่งหุ้มห่อหรือบรรจุสินค้า
- 2.3ป้ายที่แสดงไว้ในบริเวณงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว
- 2.4ป้ายที่แสดงไว้ที่คนหรือสัตว์
- 2.5ป้ายที่แสดงไว้ในอาคารที่ใช้ประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่นหรือภายในอาคารซึ่งเป็นที่รโหฐาน ทั้งนี้เพื่อหารายได้ และแต่ละป้ายมีพื้นที่ไม่เกิน 3 ตารางเมตรที่กำหนดในกฏกระทรวง แต่ไม่รวมถึงป้ายตามกฏหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์
- 2.6ป้ายของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาคหรือราชการส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
- 2.7ป้ายขององค์การที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาลหรือตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ๆ และหน่วยงานที่นำรายได้ส่งรัฐ
- 2.8ป้ายของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการสหกรณ์ และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
- 2.9ป้ายของโรงเรียนเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่แสดงไว้ ณ อาคารหรือบริเวณของโรงเรียนเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น
- 2.10ป้ายของผู้ประกอบการเกษตรซึ่งค้าผลผลิตอันเกิดจากการเกษตรของตน
- 2.11ป้ายของวัดหรือผู้ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์แก่การศาสนา หรือการกุศลสาธารณะโดยเฉพาะ
- 2.12ป้ายของสมาคมหรือมูลนิธิ
- 2.13ป้ายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (ปัจจุบันมีฉบับที่ 2) กฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ.2535) ให้เจ้าของป้ายไม่ต้องเสียภาษีป้ายสำหรับ
- 2.13กป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่รถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถบดถนนหรือรถแทรกเตอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
- 2.13ขป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่ล้อเลื่อน ตามกฎหมายว่าด้วยล้อเลื่อน
- 2.13คป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่ยานพาหนะนอกเหนือจาก (2.13ก) และ (2.13ข) โดยมีพื้นที่ไม่เกินห้าร้อยตารางเซนติเมตร
- เมื่อเรารู้แล้วว่าป้ายแบ่งออกเป็นสองประเภทคือป้ายที่ต้องเสียภาษีและป้ายที่ไม่ต้องเสียภาษี ทีนี้เรามาดูว่าเมื่อเราอยู่ในเกณฑ์แล้วเรามีหน้าที่ต้องไปเสียภาษีหรือไม่
3. ผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ได้แก่
เจ้าของป้าย แต่ในกรณีที่ปรากฏแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ว่าไม่มีผู้ยื่นแบบแสดงราย การภาษีป้าย (ภ.ป.1) สำหรับป้ายใดเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจหาตัวเจ้าของป้ายนั้นได้ให้ถือว่าผู้ครอบ ครองป้ายนั้นเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย ถ้าไม่อาจหาตัวผู้ครอบครองป้ายนั้นได้ให้ถือว่าเจ้าของหรือผู้ครอบ ครองอาคาร หรือที่ดินที่ป้ายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู่เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายตามลำดับและให้พนักงานเจ้าหน้า ที่แจ้งการประเมินภาษีเป็นหนังสือไปยังบุคคลดังกล่าว
เมื่อเรารู้แล้วว่าเราอยู่เกณฑ์ต้องเสียภาษีป้ายแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราต้องไปเสียภาษีป้ายเมื่อไหร่ ซึ่งก็มีรายละเอียดดังนี้
4. กำหนดระยะเวลาในการเสียภาษีป้าย
ให้เจ้าของป้ายซึ่งจะต้องเสียภาษีป้าย ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายตามแบบและวิธีการที่กระทรวงมหาดไทย กำหนด ภายในเดือนมีนาคมของปี ให้เจ้าของป้ายมีหน้าที่เสียภาษีป้ายโดยเสียเป็นรายปี ยกเว้นป้ายที่เริ่มติดตั้ง หรือแสดงในปีแรกให้เสียภาษีป้ายตั้งแต่วันเริ่มติดตั้ง หรือแสดงจนถึงวันสิ้นปี และให้คิดภาษีป้ายเป็นรายงวด งวดละสามเดือนของปี โดยเริ่มเสียภาษีป้ายตั้งแต่งวดที่ติดตั้งป้ายจนถึงงวดสุดท้ายของปี ทั้งนี้เป็นไปตาม อัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ป้ายที่ติดตั้งบนอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลอื่นและมีพื้นที่เกินสองตารางเมตร ต้องมีชื่อและที่อยู่ของเจ้าของป้าย เป็นตัวอักษรไทยที่ชัดเจนที่มุมขวาด้านล่างของป้ายและให้ข้อความดังกล่าว ได้รับยกเว้นภาษีป้าย ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่เจ้าของป้ายอยู่นอกประเทศ ไทย ให้ตัวแทน หรือผู้แทนในประเทศ มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายแทนเจ้าของป้าย ถ้าเจ้าของ ป้ายตาย เป็นผู้ไม่อยู่เป็นคนสาบสูญ เป็นคนไร้ความสามารถหรือเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถให้ผู้จัดการมรดก ผู้ครอบครองทรัพย์มรดกไม่ว่าจะเป็นทายาทหรือผู้อื่น ผู้จัดการทรัพย์สิน ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์แล้วแต่กรณี มีหน้าที่ปฏิบัติการแทนเจ้าของป้าย เจ้าของป้ายผู้ใด
(1) ติดตั้งหรือแสดงป้ายอันต้องเสียภาษีภายหลังเดือนมีนาคม ให้เสียเป็นรายงวด
(2) ติดตั้งหรือแสดงป้ายใหม่แทนป้ายเดิม และมีพื้นที่ ข้อความ ภาพและเครื่องหมายอย่างเดียวกับป้ายเดิมที่ ได้เสียภาษีป้ายแล้วป้ายชำรุดไม่ต้องชำระเฉพาะปีที่ติดตั้ง
(3) เปลี่ยนแปลงแก้ไขพื้นที่ป้าย ข้อความ ภาพ หรือเครื่องหมายบางส่วนในป้ายที่ได้เสียภาษีป้ายแล้ว
อันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่ม ป้ายที่เพิ่มข้อความชำระตามประเภทป้ายเฉพาะส่วนที่เพิ่มป้ายที่ลดขนาด
ไม่ต้องคืนเงินภาษีในส่วนที่ลด ถ้าเปลี่ยนขนาดต้องชำระใหม่ ให้เจ้าของป้ายตาม (1) (2) หรือ (3) ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสิบห้าวันนับ
แต่วันที่ติดตั้งหรือแสดงป้าย หรือนับแต่วันเปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อความ ภาพ หรือเครื่องหมายป้ายเดิมแล้ว
แต่กรณี
เมื่อเรารู้รายละเอียดระยะเวลาที่เราต้องไปยื่นแบบภาษีป้ายแล้วแต่เราก็จะไม่รู้ว่าป้ายเราต้องเสียภาษีป้ายในอัตราเท่าไหร่ ซึ่งก็มีรายละเอียดดังนี้
5. ฐานภาษีและอัตราภาษี
ฐานภาษีและอัตรา คือเนื้อที่ของป้ายและประเภทของป้ายรวมกัน ถ้าเป็นป้ายที่มีขอบเขตกำหนดได้ การคำนวณพื้นที่ป้ายให้เอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดเป็นขอบเขตของป้าย ถ้าเป็นป้ายที่ไม่มีขอบเขตกำหนดได้ ให้ถือเอาตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่อยู่ริมสุดเป็นขอบเขตสำหรับกำหนดส่วนที่กว้างที่สุดและยาวที่สุด แล้วคำนวณเป็นตารางเซนติเมตร เศษของ 500 ตารางเซนติเมตรถ้าเกินครึ่ง ให้นับเป็น 500 ตารางเซนติเมตร ถ้าต่ำกว่าปัดทิ้ง ประกอบกับประเภทของป้าย คำนวณเป็นค่าภาษีป้ายที่ต้องชำระ โดยกำหนดอัตราภาษีป้าย (ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร) ตามกฎหมายปัจจุบันดังนี้ครับ
-
(1)
ป้ายประเภทที่ 1 (อักษรไทยล้วน)
- ข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนได้ (เช่น จอ LED): อัตรา 10 บาท
- ข้อความนิ่ง ไม่เคลื่อนที่ (ป้ายทั่วไป): อัตรา 5 บาท
-
(2)
ป้ายประเภทที่ 2 (อักษรไทยปนอักษรต่างประเทศ / ภาพ / เครื่องหมาย)
- ข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนได้ (เช่น จอ LED): อัตรา 52 บาท
- ข้อความนิ่ง ไม่เคลื่อนที่ (ป้ายทั่วไป): อัตรา 26 บาท
-
(3)
ป้ายประเภทที่ 3 (ไม่มีอักษรไทยเลย หรือ อักษรไทยอยู่ต่ำกว่าต่างประเทศ)
- ข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนได้ (เช่น จอ LED): อัตรา 52 บาท
- ข้อความนิ่ง ไม่เคลื่อนที่ (ป้ายทั่วไป): อัตรา 50 บาท
- (4) ป้ายที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขพื้นที่ป้าย ข้อความ ภาพ หรือเครื่องหมายบางส่วนในป้ายที่ได้เสียภาษีแล้ว อันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่มขึ้น ให้คิดอัตราตามข้อ (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี และให้เสียเฉพาะจำนวนเงินภาษีส่วนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
- (5) ป้ายทุกประเภทเมื่อคำนวณพื้นที่ของป้ายแล้ว ถ้ามีอัตราที่ต้องเสียภาษีต่ำกว่าป้ายละ 200 บาท ให้เสียภาษีขั้นต่ำที่ป้ายละ 200 บาท
เมื่อเรารู้รายละเอียดเบื้องต้นไปแล้วว่าป้ายของเราอยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษีป้าย ต้องไปชำระเมื่อไหร่ อัตราเท่าไหร่ ทีนี้เรามาดูว่าเวลาไปชำระภาษีป้าย เขามีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ
6. ขั้นตอนการยื่นชำระภาษีป้าย
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายสามารถขอรับแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป.1) ได้ที่สำนักงานเขต, เทศบาล หรือ อบต. โดยไม่คิดมูลค่า กรอกรายการในแบบ ภ.ป.1 ตามความเป็นจริงให้ครบถ้วน ลงลายมือชื่อของตนพร้อมวัน เดือน ปี ส่งคืนพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ที่ป้ายนั้นได้ติดตั้งหรือแสดงไว้ ทั้งนี้จะนำส่งด้วยตนเอง มอบหมายให้ผู้อื่นไปส่งแทน หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ได้ สำหรับป้ายที่แสดงไว้ที่ยานพาหนะที่ต้องเสียภาษี ให้ยื่น ณ หน่วยงานท้องถิ่นที่การจดทะเบียนยานพาหนะได้กระทำในท้องที่นั้น
6.1 เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบการยื่นแบบฯ
กรณีป้ายใหม่:
ให้เจ้าของป้ายยื่นแบบเสียภาษี พร้อมสำเนาหลักฐานและลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง ได้แก่
- ใบอนุญาตติดตั้งป้าย หรือ ใบเสร็จรับเงินค่าทำป้าย
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรข้าราชการ / บัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือ บัตรประจำตัวผู้เสียภาษี
- กรณีเจ้าของป้ายเป็นนิติบุคคล: ให้แนบหนังสือรับรองสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท, ทะเบียนพาณิชย์ และหลักฐานของสรรพากร เช่น ภ.พ.01, ภ.พ.09, ภ.พ.20
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีไม่สามารถยื่นแบบได้ด้วยตนเอง พร้อมติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย)
- หลักฐานอื่น ๆ ตามที่เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ
กรณีป้ายเก่า:
ให้เจ้าของป้ายยื่นแบบเสียภาษีป้าย (ภ.ป.1) พร้อมใบเสร็จรับเงินการเสียภาษีครั้งสุดท้าย กรณีเจ้าของป้ายเป็นนิติบุคคลให้แนบหนังสือรับรองสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทพร้อมกับการยื่นแบบ ภ.ป.1 ด้วยครับ
6.2 การชำระภาษี
เมื่อผู้รับประเมินได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีป้าย (ภ.ป.3) แล้ว จะต้องไปชำระเงินภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน โดยสามารถชำระภาษีได้ที่สำนักงานเขต, เทศบาล หรือ อบต. ซึ่งป้ายนั้นตั้งอยู่ หรือที่กองการเงิน สำนักการคลัง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร การชำระภาษีป้ายจะกระทำโดยส่งธนาณัติหรือตั๋วแลกเงินของธนาคารที่สั่งจ่ายแก่หน่วยงานจัดเก็บก็ได้ โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน และให้ถือว่าวันที่ได้ทำการส่งดังกล่าวเป็นวันชำระภาษีป้ายครับ
6.3 การขอผ่อนชำระภาษี
ถ้าภาษีป้ายที่ต้องชำระมีจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายสามารถขอผ่อนชำระเป็น 3 งวด งวดละเท่า ๆ กัน ก็ได้ โดยแจ้งความจำนงเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนครบกำหนดเวลาชำระภาษี และให้ชำระงวดที่หนึ่งก่อนครบกำหนดเวลาชำระภาษี สำหรับงวดที่สองให้ชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่หนึ่ง และงวดที่สามชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่สองครับ
6.4 เงินเพิ่ม (ค่าปรับ)
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย ต้องเสียเงินเพิ่มนอกเหนือจากเงินที่ต้องเสียภาษีป้ายในกรณีและอัตราดังต่อไปนี้ครับ:
- (1) ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายในเวลาที่กำหนด: ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละสิบ (10%) ของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีป้าย เว้นแต่กรณีที่เจ้าของป้ายได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะได้แจ้งให้ทราบถึงการละเว้นนั้น ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละห้า (5%) ของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีป้าย
- (2) ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายโดยไม่ถูกต้อง: ทำให้จำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษีลดน้อยลง ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละสิบ (10%) ของภาษีป้ายที่ประเมินเพิ่มเติม เว้นแต่กรณีที่เจ้าของป้ายได้มาขอแก้ไขแบบแสดงรายการภาษีป้ายให้ถูกต้องก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมิน
- (3) ไม่ชำระภาษีป้ายภายในเวลาที่กำหนด: ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละสอง (2%) ต่อเดือน ของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีป้าย (เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน) ทั้งนี้ ไม่ให้นำเงินเพิ่มตามข้อ (1) และ (2) มาคำนวณซ้อนเป็นเงินเพิ่มในข้อนี้อีก
6.5 การอุทธรณ์ภาษีป้าย
เมื่อผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายได้รับแจ้งการประเมินแล้ว หากเห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้อง มีสิทธิยื่นอุทธรณ์การประเมินต่อผู้บริหารท้องถิ่น (เช่น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายกเทศมนตรี หรือนายก อบต. แล้วแต่พื้นที่) โดยยื่นอุทธรณ์ผ่านพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ หน่วยงานท้องถิ่นซึ่งเราได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีไว้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินครับ
หากผู้อุทธรณ์ไม่ยื่นคำร้องอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลา 30 วัน หรือปฏิเสธไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียก ไม่ยอมมาให้ถ้อยคำ หรือไม่ยอมส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ทางผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจะมีอำนาจในการยกอุทธรณ์นั้นเสียได้
เมื่อพิจารณาอุทธรณ์เสร็จสิ้นและส่งหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยกลับมา หากผู้อุทธรณ์ยังไม่เห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว มีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยโดยฟ้องเป็นคดีต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งแจ้งผลอุทธรณ์ (เว้นแต่กรณีที่เป็นการถูกยกอุทธรณ์ข้างต้น) อย่างไรก็ตาม การยื่นอุทธรณ์นั้นไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีป้าย ผู้รับประเมินยังคงต้องชำระภาษีตามกำหนดเดิม เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้บริหารท้องถิ่นให้รอคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาของศาลก่อนครับ
6.6 การขอคืนเงินค่าภาษี
ในกรณีที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลให้มีการลดจำนวนเงินภาษีป้ายที่ได้ประเมินไว้ ทางพนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีทราบโดยเร็ว เพื่อเดินทางมาขอรับเงินภาษีคืนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับแจ้งครับ
นอกจากนี้ ผู้ใดที่ได้เสียภาษีป้ายโดยที่ตนเองไม่มีหน้าที่ต้องเสีย หรือชำระเงินเกินกว่าที่ควรจะต้องเสียตามกฎหมาย มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนเงินค่าภาษีป้ายได้ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้ชำระเงินค่าภาษีป้ายนั้น ๆ หากเกินกำหนดเวลาดังกล่าวจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ขอคืนเงินได้ครับ
6.7 บทกำหนดโทษ
หากผู้ประกอบการหรือเจ้าของป้ายไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ภาษีป้าย จะมีบทกำหนดโทษทางกฎหมายที่ต้องระวางโทษตามกรณีดังต่อไปนี้ครับ:
- จงใจแจ้งข้อความเท็จหรือแสดงหลักฐานเท็จ: ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือโดยจงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จ ตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีป้าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- จงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย: ผู้ใดจงใจไม่ยอมยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป.1) ตามกำหนดเวลา ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 50,000 บาท
- ไม่ติดชื่อ-ที่อยู่เจ้าของป้ายที่มุมขวาด้านล่าง: ป้ายที่ติดตั้งบนอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลอื่น และมีพื้นที่เกิน 2 ตารางเมตร กฎหมายกำหนดให้ต้องแสดงชื่อและที่อยู่เจ้าของป้ายเป็นตัวอักษรไทยที่ชัดเจนไว้ที่มุมขวาด้านล่างของป้าย หากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษปรับวันละ 100 บาท เรียงรายวันตลอดระยะเวลาที่กระทำความผิด
- ไม่แจ้งการรับโอนป้าย หรือไม่แสดงหลักฐานการเสียภาษี: ในกรณีที่มีการโอนป้าย เจ้าของป้ายคนใหม่ต้องแจ้งการรับโอนเป็นหนังสือภายใน 30 วันนับแต่วันรับโอน หรือในกรณีที่ไม่แสดงหลักฐานการเสียภาษีป้ายไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานประกอบการ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 10,000 บาท
- ขัดขวางการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่: ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยไม่ยินยอมให้เข้าไปในสถานที่ประกอบการค้า บริเวณที่ต่อเนื่อง หรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีป้าย ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ฝ่าฝืนคำสั่งหนังสือเรียกของเจ้าหน้าที่: ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเป็นหนังสือของพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่เรียกให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายมาให้ถ้อยคำ หรือสั่งให้ส่งบัญชีหรือเอกสารเกี่ยวกับภาษีป้ายมาตรวจสอบภายในกำหนดเวลาอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ⚠️ หมายเหตุ (กรณีเป็นนิติบุคคล): ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคล ตัวกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้น จะต้องร่วมรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าตนเองมิได้รู้เห็นหรือยินยอมในการกระทำความผิดของนิติบุคคลดังกล่าว
แหล่งที่มาอ้างอิงทางกฎหมาย:
- • พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510
- • พระราชบัญญัติภาษีป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534
- • กฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 (ฉบับที่ 2, 4, 5 พ.ศ. 2535 และฉบับที่ 8 พ.ศ. 2542)
- • กฎกระทรวง กำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563 (อัตราภาษีฐานปัจจุบัน)